01

สรุปสาระสำคัญ

การจะมีผิวกระจ่างใสและผิวสุขภาพดีอย่างยั่งยืนนั้น เกิดจากการมีวินัยในการดูแลตัวเอง ซึ่งประกอบไปด้วยเคล็ดลับ 5 ข้อ ได้แก่ การปกป้องผิวจากรังสี UV ด้วยครีมกันแดด, การเติมความชุ่มชื้นด้วยมอยส์เจอไรเซอร์, การผลัดเซลล์ผิวอย่างเหมาะสม, การดื่มน้ำเพื่อฟื้นฟูจากภายใน และการรับประทานอาหารที่อุดมด้วยวิaตามิน ซึ่งการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเล็กๆ น้อยๆ เหล่านี้ ไม่เพียงแต่จะช่วยให้ผิวใสขึ้นอย่างเห็นได้ชัด แต่ยังช่วยเสริมสร้างเกราะป้องกันผิว ช่วยให้ผิวแข็งแรงและดูอ่อนเยาว์ในระยะยาวอีกด้วย

02

Table of Content

  • 5 วิธีดูแลตัวเองให้ผิวกระจ่างใส
    • ทาครีมกันแดดอย่างสม่ำเสมอ
    • ทามอยส์เจอไรเซอร์เป็นประจำ
    • สครับผิวสัปดาห์ละ 1-2 ครั้ง
    • ดื่มน้ำให้เพียงพอ
    • รับประทานผักและผลไม้ที่มีประโยชน์ต่อการบำรุงผิว
  • คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการดูแลผิวให้ผิวสุขภาพดี (FAQs)
    • Q : ถ้าทำงานในร่มหรืออยู่ในบ้านทั้งวัน จำเป็นต้องทาครีมกันแดดไหม ?
    • Q : ดื่มน้ำวันละกี่แก้ว ถึงจะช่วยให้ผิวใสและดูชุ่มชื้น ?
    • Q : ระยะเวลานานแค่ไหนถึงจะเริ่มเห็นผลว่าผิวสุขภาพดีขึ้น ?

03

5 วิธีดูแลตัวเองให้ผิวกระจ่างใส

ทาครีมกันแดดอย่างสม่ำเสมอ

ไม่ว่าจะเป็นวันที่แดดจัดหรือฟ้าครึ้ม การทาครีมกันแดดทุกวันเป็นสิ่งที่ไม่ควรมองข้าม เพราะรังสี UV สามารถทำให้ผิวของเราหมองคล้ำและเกิดริ้วรอยได้ ครีมกันแดดช่วยปกป้องผิวจากแสงแดดและลดความเสี่ยงจากปัญหาผิวต่างๆ เช่น ฝ้า กระ หรือการเกิดริ้วรอยก่อนวัย การเลือกครีมกันแดดที่มีค่า SPF 30 ขึ้นไปจะช่วยให้ผิวของคุณได้รับการปกป้องที่ดีที่สุด

ทามอยส์เจอไรเซอร์เป็นประจำ

การใช้มอยส์เจอไรเซอร์เป็นประจำ จะช่วยให้ผิวมีความชุ่มชื้นและไม่แห้งกร้าน เมื่อผิวมีความชุ่มชื้นจะดูสดใสและกระจ่างใสได้ง่ายขึ้น โดยแนะนำให้เลือกมอยส์เจอไรเซอร์ที่เหมาะกับสภาพผิวของคุณ ไม่ว่าจะเป็นผิวแห้ง ผิวมัน หรือผิวผสม

สครับผิวสัปดาห์ละ 1-2 ครั้ง

การสครับผิวช่วยขจัดเซลล์ผิวที่ตายแล้วออกไป ทำให้ผิวดูเรียบเนียนและกระจ่างใสมากขึ้น แต่การสครับผิวก็ต้องทำในปริมาณที่พอดี ประมาณสัปดาห์ละ 1-2 ครั้ง ไม่ควรทำบ่อยเกินไปเพราะอาจทำให้ผิวระคายเคืองได้ โดยควรเลือกสครับที่มีส่วนผสมจากธรรมชาติหรือสูตรอ่อนโยนสำหรับผิวบอบบาง

04

 

ดื่มน้ำให้เพียงพอ

การดื่มน้ำเยอะๆ ไม่เพียงแต่ช่วยให้ร่างกายทำงานได้ดีขึ้น แต่ยังทำให้ผิวมีความชุ่มชื้นจากภายใน ช่วยให้ผิวเปล่งปลั่งและลดปัญหาผิวแห้งกร้าน

รับประทานผักและผลไม้ที่มีประโยชน์ต่อการบำรุงผิว

อาหารที่เต็มไปด้วยวิตามินและสารต้านอนุมูลอิสระ เช่น ผักใบเขียว มะเขือเทศ แครอท และผลไม้ต่างๆ เช่น ส้ม และเบอร์รี่

การดูแลให้ผิวสุขภาพดีและกระจ่างใสไม่ยากเลย สิ่งสำคัญคือการมีวินัยในการดูแลตัวเอง ตั้งแต่การทาครีมกันแดดทุกวัน การให้ความชุ่มชื้นกับผิว การรับประทานอาหารที่ดีต่อผิว และการดื่มน้ำอย่างเพียงพอ เพียงแค่นี้คุณก็จะมีผิวที่สุขภาพดีและกระจ่างใสในชีวิตประจำวันแล้ว

นอกจากนี้ ใครที่มองหาทางเลือกเสริมในการดูแลตัวเอง อาจเลือกดื่มเป็นเครื่องดื่มรังนก ที่อุดมไปด้วยสารอาหารที่สำคัญ ประกอบด้วย กรดอะมิโน 16 ชนิด และแร่ธาตุที่จำเป็นต่อร่างกาย อย่าง Zinc หรือสังกะสี มีส่วนช่วยในการทำหน้าที่ตามปกติของระบบภูมิคุ้มกัน และ สังกะสีมีส่วนช่วยในกระบวนการต่อต้านอนุมูลอิสระ โดยควรกินในปริมาณที่เหมาะสม วันละ 1 ขวด ควบคู่กับการกินอาหารให้หลากหลายครบ 5 หมู่ ในสัดส่วนที่เหมาะสมเป็นประจำ

05

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการดูแลผิวให้ผิวสุขภาพดี (FAQs)

Q : ถ้าทำงานในร่มหรืออยู่ในบ้านทั้งวัน จำเป็นต้องทาครีมกันแดดไหม ?

A : จำเป็นอย่างยิ่ง เพราะรังสี UVA สามารถทะลุผ่านกระจกเข้ามาในอาคารได้ นอกจากนี้ แสงจากหน้าจอคอมพิวเตอร์และสมาร์ทโฟน (Blue Light) ก็เป็นตัวการกระตุ้นให้ผิวหมองคล้ำและเกิดริ้วรอย ดังนั้น การทาครีมกันแดดทุกวันจึงเป็นพื้นฐานสำคัญของผิวสุขภาพดี

Q : ดื่มน้ำวันละกี่แก้ว ถึงจะช่วยให้ผิวใสและดูชุ่มชื้น ?

A : โดยทั่วไปควรดื่มน้ำประมาณ 8-10 แก้วต่อวัน (หรือประมาณ 2 ลิตร) การดื่มน้ำอย่างเพียงพอจะช่วยขับสารพิษในร่างกายและเติมเต็มความชุ่มชื้นให้เซลล์ผิว ทำให้ผิวใสดูอิ่มน้ำและลดความหยาบกร้านของผิวได้อย่างเห็นผล

Q : ระยะเวลานานแค่ไหนถึงจะเริ่มเห็นผลว่าผิวสุขภาพดีขึ้น ?

A : โดยปกติ วงจรการผลัดเซลล์ผิวจะใช้เวลาประมาณ 28 วัน ดังนั้น หากคุณดูแลตัวเองอย่างมีวินัย คุณจะเริ่มสังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลงของผิวสุขภาพดีและดูเนียนใสขึ้นได้ภายใน 4-8 สัปดาห์