01

Key takeaway

ชีวิตนักศึกษายุคใหม่ต้องรับมือหลายบทบาทพร้อมกัน ทั้งเรียน กิจกรรม และการทำงาน ทำให้ Multitasking กลายเป็นเรื่องปกติ อย่างไรก็ตาม Multitasking คือการสลับโฟกัส ไม่ใช่การทำพร้อมกันจริงๆ จึงอาจทำให้เหนื่อยและหลุดโฟกัสได้ ดังนั้น วิธีจัดการที่ดีคือการทำทีละอย่างเป็นช่วงๆ จัดลำดับงานสำคัญให้ชัด และเว้นเวลาให้ตัวเองได้พักบ้าง นอกจากนี้ ควรดูแลตัวเองด้วยการใช้ชีวิตให้ดี และกินอาหารให้หลากหลายครบ 5 หมู่ เพื่อให้สามารถจัดการตารางแน่นในแต่ละวันได้อย่างต่อเนื่องและไม่ล้าเกินไป

02

Table of Content

  • Multitasking คืออะไร ? ทำไมยิ่งทำเยอะ ยิ่งหลุดโฟกัสง่าย
  • 5 วิธีจัดการ Multitasking จะเด็กเรียนหรือเด็กกิจกรรมก็ไม่อ่อมกลางเทอม !
  • คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับวิธี Multitasking สำหรับเด็กเรียนและเด็กกิจกรรม (FAQs)

 

ชีวิตมหาวิทยาลัยทุกวันนี้ไม่ใช่แค่การเข้าเลกเชอร์แล้วกลับที่พัก แต่หลาย ๆ คนต้องสวมมากกว่าหนึ่งบทบาทพร้อมกันในวันเดียว เช้าเข้าเรียน บ่ายทำงานกลุ่ม เย็นซ้อมกิจกรรม กลางคืนปั่นงาน แถมบางคนยังมีงานพาร์ตไทม์หรืองานฟรีแลนซ์เพิ่มเข้ามาอีก ! ทั้งหมดนี้ทำให้คำว่า Multitasking คือโหมดชีวิตปกติของเหล่าวัยรุ่น Gen ใหม่ไปเสียแล้ว แต่คำถามคือ จะทำอย่างไรให้เหล่าเด็กเรียนและเด็กกิจกรรมสามารถทำหลายอย่างได้โดยไม่หลุดโฟกัส และไม่ต้องกลัวอ่อมตั้งแต่กลางเทอม มาดูกัน

03

Multitasking คืออะไร ? ทำไมยิ่งทำเยอะ ยิ่งหลุดโฟกัสง่าย

Multitasking คือ การทำหลาย ๆ อย่างในช่วงเวลาเดียวกัน เช่น อ่านหนังสือไปด้วย ตอบแชตไปด้วย หรือทำงานของวิชาหนึ่งไปพร้อม ๆ กับฟังเลกเชอร์ในอีกวิชาหนึ่ง

พอพูดถึง Multitasking อาจจะฟังดูเหมือนจัดการเก่ง แต่ความจริงแล้ว สมองของเราไม่ได้ทำหลายอย่างพร้อมกันจริงๆ โดยจะเป็นการ “สลับความสนใจ” ไปมาระหว่างแต่ละงานอย่างรวดเร็ว และทุกครั้งที่สลับ สมองต้องใช้พลังในการเริ่มให้ความสนใจกับสิ่งนั้นๆ ใหม่ รวมถึงต้องใช้เวลาเรียกสมาธิกลับมา ทำให้ประสิทธิภาพของงานลดลงโดยไม่รู้ตัว

ดังนั้น สำหรับวัยรุ่นที่ต้องเรียน ทำกิจกรรม ทำงานพิเศษ และจัดการชีวิตของตัวเองไปพร้อมๆ กันในหนึ่งวัน หากไม่มีวิธีการ Multitasking ที่เป็นระบบ จะยิ่งทำให้รู้สึกเหนื่อยง่าย หลุดโฟกัสบ่อย และบางครั้งอาจรู้สึกว่าใช้เวลาในการทำสิ่งหนึ่งมากขึ้น แต่กลับได้งานน้อยลง

อย่างไรก็ตาม ปัญหาไม่ใช่ “การทำหลายอย่าง” แต่คือ “วิธีจัดการหลายอย่าง” ต่างหาก

04

5 วิธีจัดการ Multitasking จะเด็กเรียนหรือเด็กกิจกรรมก็ไม่อ่อมกลางเทอม !

Multitasking ไม่ใช่การทำทุกอย่างพร้อมกันให้เร็วที่สุด แต่คือการรู้ว่า “ควรจัดการอย่างไร” ให้เอเนอร์จีไม่อ่อมก่อนหมดวัน แค่ลองปรับวิธีคิดเล็ก ๆ 5 ข้อต่อไปนี้ แล้วจะรู้ว่าถึงตารางจะแน่นแค่ไหนเราก็จัดการให้อยู่หมัดได้ !

1. เปลี่ยนจากการทำหลายอย่างพร้อมกัน มาโฟกัสทีละอย่างเป็นช่วงๆ

หลายคนติดภาพว่า Multitasking คือการทำหลายๆ งานพร้อมกัน แต่ที่จริงแล้ว การโฟกัสทีละอย่างเป็นช่วงๆ จะทำให้สมองทำงานได้เต็มที่กว่า ดังนั้น แทนที่จะอ่านหนังสือไปด้วย เช็กมือถือไปด้วย ให้ลองกำหนดช่วงเวลาให้ชัด เช่น ตั้งเวลา 45-50 นาทีเพื่อทำงานใดงานหนึ่งไปเลย แล้วค่อยพักสั้นๆ ก่อนเริ่มรอบใหม่ วิธีนี้จะช่วยให้ไม่ต้องล้าไปกับการที่ต้องคอยดึงสมาธิกลับมาซ้ำๆ เหมาะสำหรับวันที่ต้องอ่านหนังสือสอบ หรือเคลียร์งานที่ต้องใช้ความคิดหนัก เพราะยิ่งโฟกัสต่อเนื่องได้ งานก็จะยิ่งเดินเร็วขึ้น

2. เลือกจัดลำดับความสำคัญของงาน แทนการทำทุกอย่างให้ครบในวันเดียว

หนึ่งในปัญหาที่ทั้งเด็กเรียนและเด็กกิจกรรมหลายคนประสบเหมือนกัน คือ การตั้ง To-do list ไว้ยาวเหยียด จนสุดท้ายทำไม่หมดแล้วก็รู้สึกนอยด์ตัวเอง ทั้งที่จริงๆ แล้วงานบางอย่างไม่ได้เร่งด่วนหรือสำคัญขนาดนั้น

แนะนำให้จัดลำดับ 3 งานหลักต่อวัน เพื่อช่วยให้โฟกัสชัดขึ้น เช่น

  • งานเรียนที่ต้องส่งพรุ่งนี้
  • งานกิจกรรมที่มีเดดไลน์
  • งานพาร์ตไทม์ที่ต้องรับผิดชอบ

การจัดลำดับแบบนี้จะทำให้เห็นภาพชัดมากขึ้นว่า เราควรทุ่มเทกับอะไรเป็นอันดับแรก และเมื่อทำครบแล้ว ก็จะรู้สึกว่าคุมวันนั้นได้อยู่ ไม่ใช่ถูกงานกลืนกินจนไม่มีเวลาให้ตัวเอง

3. จัดงานให้เป็นกลุ่ม ลดการสลับโหมดของสมอง

ความเหนื่อยในแต่ละวัน บางครั้งก็ไม่ได้มาจากงานเยอะอย่างเดียว แต่ยังเกิดจากการที่สมองต้องคอยสลับงานหลายโหมดไปมาตลอดเวลา เช่น เพิ่งอ่านหนังสือเสร็จ เดี๋ยวต้องไปประชุมงานกลุ่มต่อ เสร็จแล้วก็กลับมาทำสไลด์ ระหว่างทำก็ตอบแชตไปด้วย พอทำเสร็จแล้วก็ไปอ่านหนังสือวิชาอื่น การสลับแบบนี้ทำให้สมองต้องรีเซตตลอด

ทีนี้ เราลองจัดงานให้เป็นกลุ่ม เช่น เอางานที่ต้องใช้สมาธิสูงไว้ในช่วงเดียวกัน และค่อยสลับไปทำงานเบาๆ หรือกิจกรรมในช่วงถัดไป จะช่วยให้โฟลว์ของวันนั้นลื่นขึ้นมาก

ตัวอย่างเช่น

  • ช่วงเช้า : งานเรียน งานกลุ่ม หรืองานที่ต้องใช้สมอง
  • ช่วงบ่าย : งานประสาน งานสร้างสรรค์ หรืองานเบาๆ
  • ช่วงเย็น : กิจกรรม

4. ตั้งกติกาการใช้มือถือ เพื่อลด Distraction

หลายคนน่าจะรู้สึกเหมือนกันว่า มือถือคือตัวแทรกที่ทำให้ Multitasking พังได้ง่ายที่สุด หลายครั้งไม่ได้ตั้งใจจะเล่น แต่แค่มีแจ้งเตือนขึ้นมาสมาธิก็หลุดจากงานทันที และต้องใช้เวลาอีกพักใหญ่กว่าจะกลับมาโฟกัสได้เหมือนเดิม

ต่อไปนี้ ให้ลองตั้งกติกาเล็กๆ เช่น ปิดแจ้งเตือนช่วงทำงาน หรือเก็บมือถือในช่วงที่ต้องใช้สมาธิจริงๆ บางคนอาจใช้โหมด Focus หรือจับเวลาในการทำงานเพื่อควบคุมตัวเองไม่ให้เล่นโทรศัพท์ เพราะแค่ลดจังหวะ “เผลอหยิบมือถือ” ลงได้ โฟกัสจะนิ่งขึ้นโดยไม่ต้องฝืน

5. เว้นพื้นที่ให้สมองได้พัก ไม่จำเป็นต้องแน่นทุกนาที

ชีวิตเด็กเรียนและเด็กกิจกรรมมักเต็มไปด้วยตารางแน่นๆ จนรู้สึกว่าทุกช่วงเวลาต้องใช้ให้คุ้มที่สุด แต่ความจริงแล้วการที่ไม่มีช่วงพักเลยต่างหากที่ทำให้หมดแรงเร็ว ดังนั้น แนะนำให้เว้นเวลาระหว่างวัน เช่น แบ่งเวลาไปเดินเล่น ฟังเพลง หรือแม้แต่นั่งเฉยๆ โดยไม่ทำอะไรเพิ่ม เป็นการให้สมองได้รีเซตก่อนเริ่มงานถัดไป ช่วยให้กลับไปโฟกัสได้ดีกว่าการฝืนทำต่อเนื่องยาวๆ

05

Conclusion

 

เมื่อรู้ว่าแต่ละช่วงควรโฟกัสอะไร เลือกงานสำคัญให้ชัด และไม่ลืมเว้นเวลาให้ตัวเองได้พักบ้าง ตารางที่แน่นก็จะไม่ใช่เรื่องน่ากลัวอีกต่อไป

หลายคนที่ใช้ชีวิตแบบนี้อาจเคยสงสัยว่า สามารถเตรียมตัวด้วยการกินซุปไก่ทุกวันดีไหม ซึ่งโดยทั่วไปแล้วสามารถดื่มได้ในชีวิตประจำวัน และมักเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกในวันที่ต้องรีบหรือมีตารางแน่น จึงไม่แปลกที่ผลิตภัณฑ์ซุปไก่สำหรับนักเรียน นักศึกษา และผู้ที่มีไลฟ์สไตล์หลากหลายได้รับความนิยมมากขึ้น ทั้งนี้ ควรกินอาหารให้ครบ 5 หมู่ในสัดส่วนที่เหมาะสมร่วมด้วย เพื่อให้ได้รับสารอาหารอย่างเพียงพอในแต่ละวัน

อย่างไรก็ตาม สุดท้ายแล้ว ต่อให้วันหนึ่งต้องรับมือหลายอย่างแค่ไหน หากจัดการจังหวะชีวิตได้ดี ก็สามารถพาแต่ละบทบาทให้เดินไปพร้อมกันได้แบบไม่สะดุด และยังมีพื้นที่ให้ตัวเองได้พักหายใจในระหว่างทาง

06

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับวิธี Multitasking สำหรับเด็กเรียนและเด็กกิจกรรม (FAQs)

Q : ถ้าวันไหนตารางแน่นมาก ควรเริ่มจัดการงานจากตรงไหนก่อน ?

A : เริ่มจากการดูงานที่มีเดดไลน์ใกล้ที่สุด หรืองานที่ส่งผลต่อภาพรวมมากที่สุดก่อนเสมอ เช่น โปรเจกต์การเรียนที่ต้องส่ง หรือหน้าที่สำคัญในกิจกรรม แล้วค่อยไล่ไปงานรองลงมา วิธีนี้ช่วยให้ไม่พลาดสิ่งสำคัญ แม้วันนั้นจะยุ่งมากเป็นพิเศษ

Q : การนอนน้อยเพื่อทำหลายอย่างให้ทัน ถือเป็นการ Multitasking ไหม ?

A : ไม่ถือเป็นการ Multitasking ที่ดี เพราะการพักผ่อนไม่เพียงพอจะทำให้สมาธิและประสิทธิภาพในการทำงานลดลง ส่งผลให้ใช้เวลานานขึ้นกว่าจะทำงานเสร็จ การจัดตารางให้มีเวลาพักที่เหมาะสมจะช่วยให้จัดการหลายอย่างได้ดีกว่าในระยะยาว

Q : ถ้ามีทั้งงานเรียน งานกิจกรรม และงานพาร์ตไทม์ ควรแบ่งเวลาอย่างไรให้ไม่ชนกัน ?

A : ควรแบ่งเวลาเป็น “บล็อก” ตามประเภทของงาน เช่น ช่วงเรียน ช่วงทำงาน และช่วงกิจกรรม โดยพยายามไม่ให้แต่ละส่วนทับซ้อนกันเกินไป และเผื่อเวลาเล็กน้อยระหว่างแต่ละช่วง เพื่อให้สามารถปรับตัวได้หากมีเหตุการณ์ไม่คาดคิด

Q : ทำยังไงให้ไม่รู้สึกกดดันเวลามีหลายอย่างต้องทำพร้อมกัน ?

A : ลองเปลี่ยนจากการมองภาพรวมทั้งหมดในครั้งเดียว มาเป็นการโฟกัสทีละงานในแต่ละช่วง จะช่วยลดความรู้สึกหนักเกินไป และทำให้เห็นความคืบหน้าชัดขึ้น เมื่อทำเสร็จทีละอย่าง ความกดดันจะค่อยๆ ลดลง

Q : ถ้ารู้สึกว่าสมาธิหลุดบ่อยระหว่างวัน ควรปรับยังไงดี ?

A : ลองสังเกตช่วงเวลาที่ตัวเองโฟกัสได้ดีที่สุดในแต่ละวัน แล้วจัดงานที่ต้องใช้ความคิดไปไว้ในช่วงนั้น พร้อมลดสิ่งรบกวนรอบตัว เช่น เสียงแจ้งเตือนหรือสิ่งที่ดึงความสนใจออกไป นอกจากนี้การแบ่งเวลาทำงานเป็นช่วงสั้นๆ และพักเป็นระยะ จะช่วยให้กลับมาโฟกัสได้ง่ายขึ้นและทำงานได้ต่อเนื่องมากกว่าเดิม