Brand's

ข้าม

แชร์:

Living better

การเสริมสร้างคอลลาเจนสำหรับการรักษาโรคข้อเสื่อม



http://collagencomplete.com/images/healthy-pic-1.jpg


        คอลลาเจนเป็นโปรตีนที่เป็นส่วนประกอบที่สำคัญในผิว โดยจะอยู่ในผิวหนังชั้นหนังแท้ คอลลาเจนทำหน้าที่เสริมความเรียบตึงของผิวหนัง ทำให้ผิวกระชับ และเรียบเนียน" แต่ถ้าคอลลาเจนถูกทำลายไปจากมลภาวะ ความเครียดเช่น แสงแดด หรืออนุมูลอิสระ ก็จะให้เกิดปัญหาเรื่องริ้วรอยเหี่ยวย่น ผิวหนังหย่อนยาน ถ้าต้องการแก้ปัญหาเรื่องนี้ เราต้องปกป้องผิวและเสริมการสร้างคอลลาเจน เช่นการทานอาหารประเภทโปรตีนซึ่งให้กรดอะมิโนที่สามารถนำไปใช้เป็นสารตั้งต้นในการสังเคราะห์คอลลาเจน และสารต้านอนุมูลอิสระ เช่น วิตามินซี วิตามินอี เป็นต้น แต่ยังมีอีกหลายๆท่านยังไม่ทราบว่า ที่จริงแล้วคอลลาเจน นอกจากจะพบที่ผิวหนังแล้ว ยังพบที่อวัยวะอื่นๆอีก เช่นอวัยวะภายใน และกระดูกอ่อนบริเวณข้อกระดูก  โดยถ้าคอลลาเจนในอวัยวะส่วนนั้นๆเสื่อมหรือเสียหายไป อวัยวะนั้นๆก็เกิดความผิดปกติเกิดขึ้นได้

          คอลลาเจนชนิดที่พบได้ในกระดูกอ่อนและหมอนรองกระดูกสันหลัง เป็นชนิดที่เรียกว่าคอลลาเจนไทพ์ทู ซึ่งทำหน้าที่รองรับน้ำหนัก ลดแรงกระแทกรวมถึงให้ความแข็งแรงแก่ข้อต่อในขณะที่มีการเคลื่อนไหวทำกิจกรรมต่างๆ โดยคอลลาเจนไทพ์ทู จะเริ่มเสื่อมลงตามวัย และพฤติกรรมที่ทำร้ายข้อต่างๆ  ก็ทำให้เกิดปัญหาขึ้นกับกระดูกอ่อนได้แก่ โรคข้อเสื่อม  โดยเฉพาะโรคข้อเข่าเสื่อมซึ่งพบได้มากที่สุด ดังนั้นถ้าเราต้องการชะลอหรือลดการเกิดปัญหาข้อเเสื่อมก็สามารถทำได้ ถ้าเราได้รับคอลลาเจนไทพ์ทู ที่จำเป็นสำหรับการสร้างกระดูกอ่อนเพียงพอ

     ก่อนอื่นเรามาทำความรู้จักกับคอลลาเจนของร่างกายเราเสียก่อน คอลลาเจนเป็นโปรตีนที่สำคัญ
ของร่างกาย เพราะเป็นส่วนประกอบสำคัญของอวัยวะต่างๆ หลายๆอวัยะ ที่เรารู้จักกันดีที่สุดก็คือ
คอลลาเจนที่เป็นส่วนประกอบของผิวหนัง แต่ที่จริงแล้วยังมีอีกหลายๆส่วนของร่างกายที่มี
คอลลาเจนเป็นองค์ประกอบหลัก ซึ่งคอลลาเจนมีอยู่ด้วยกันหลายชนิด



คอลลาเจน Type 1 พบที่ผิวหนัง ที่เจริญเต็มที่ กระดูกเอ็น และอวัยวะภายใน

คอลลาเจน Type 2 พบที่กระดูกอ่อน หมอนรองกระดูกสันหลัง

คอลลาเจน Type 3 พบที่ผิวหนังที่เริ่มมีการสร้างใหม่เช่น ผิวหนังที่เป็นแผล หลอดเลือด
 
คอลลาเจน Type 4 พบที่เยื่อหุ้มเซลล์

คอลลาเจน Type 5 และ 6 พบได้ทั่วๆไป


     
      ปัจจุบันมีการค้นพบคอลลาเจนมากกว่า 25 ชนิด โดยแตกต่างกันที่รหัสของยีน ซึ่งแต่ละชนิดก็จะมีมากน้อยแตกต่างกันไปตามแต่ชนิดของเนื้อเยื่อหรืออวัยวะ ในกลุ่มของนักกีฬาที่ข้อต่อมักได้รับการกระทบกระแทกรุนแรง หรือผู้สูงอายุที่มีภาวะน้ำหนักเกินหรืออ้วน ข้อต่อที่รับน้ำหนัก เช่นข้อเข่าและสะโพก จะเกิดการเสื่อมของคอลลาเจนไทพ์ทู ที่บริเวณผิวข้อ ทำให้เกิดอาการปวดอักเสบของข้ออยู่ตลอดเวลา นั่นคือเกิดปัญหาข้อเข่าเสื่อมแล้วนั่นเอง

    จากสถิติพบว่าประเทศไทยมีประชากรผู้สูงอายุที่มีอายุมากกว่า  60  ปี  ประมาณร้อยละ 10  ของประชากรทั้งหมด แสดงว่ามีประชากรกว่า เกือบ 7 ล้านคนที่มีแนวโน้มการเป็นโรคข้อเสื่อม  คนที่อายุน้อยๆอาจจะยังไม่กังวลกับอาการ“ข้อเข่าเสื่อม” แต่คนที่อายุเลยวัยกลาง คนขึ้นไปแล้ว จะรู้จักกับมันเป็นอย่างดี หลายคนคงเคยมีอาการ อาการเจ็บเสียวที่ข้อเข่าเวลาขึ้น-ลงบันได ข้อจะยึดหรือข้อติดเวลานั่นนานๆ คนที่ยังไม่เคยมีประสบการณ์เกี่ยวกับข้อเข่าเสื่อม ก็อาจละเลย การป้องกันและการรักษา แต่ถ้าคนไหนที่เคยมีประสบการณ์กับมันแล้ว ก็จะทราบได้ว่า โรคข้อเข่าเสื่อม นั้นทรมานแค่ไหน อาการของข้อเข่าเสื่อม เกิดจากการที่กระดูกอ่อนที่หุ้มด้านในผิวสัมผัสระหว่างกระดูก  เกิดการสึกกร่อน เนื่องจากต้องแบกรับน้ำหนักของเรามานานนับสิบๆปี เมื่อสึกมากๆ  ช่องว่างระหว่างข้อก็จะแคบ ผิวข้อจะไม่เรียบขรุขระ ทำให้ส่วนปลายของกระดูกทั้งช่วงบนและช่วงล่างมาสัมผัสเสียดสีกันมากขึ้น


     ทำให้เกิดอาการ ระยะแรกจะมีอาการติดขัด เวลาขยับ มีเสียงกรอบแกรบในข้อ และอาการติดขัดนี้จะมากขึ้นเรื่อยๆ ตามวัย และอาการปวดก็จะตามมา จากปวดน้อยๆก็กลายมาเป็นปวดมาก และเมื่อเป็นมากๆ
ข้อส่วนด้านในจะสึกมากกว่าด้านนอก ทำให้กระดูกขาโก่ง การรักษาในระยะแรกอาจใช้ยาทานแก้ปวด ซึ่งถ้าทานนานๆอาจมีผลกัดกระเพาะ และมีปัญหา เกี่ยวกับไตได้ ในรายที่เป็นมาก แพทย์จะช่วยให้ข้อลดการเสียดสี เพื่อบรรเทาอาการ โดยการฉีดน้ำข้อเทียม แต่จะอยู่ได้ประมาณ 6-12 เดือน ก็จะเกิดอาการใหม่ และน้ำข้อเทียมนั้นก็ราคาค่อนข้างสูงและในที่สุดแล้วก็จะต้องผ่าตัดเปลี่ยนข้อใหม่
สำหรับรายที่เริ่มมีอาการปวด แต่ยังสามารถใช้ชีวิตประจำวันได้อยู่ หนทางหนึ่งที่อาจเป็นวิธีที่ช่วยป้องกันและรักษาภาวะโรคข้อเสื่อมได้คือ ออกกำลังกายที่เหมาะสมตามวัยและน้ำหนักตัว พยายามเลี่ยงอิริยาบถที่ต้องงอเข่ามากๆ และเลือกรับประทานอาหารที่ให้คอลลาเจนเข้าไปเสริม อย่างที่บอกไว้แล้วว่า กระดูกอ่อนบริเวณข้อมีส่วนประกอบที่สำคัญคือ

     คอลลาเจนไทพ์ทู ( Collagen Type II ) ซึ่งถ้าเราสามารถให้แหล่งอาหารที่เข้าไปเสริมสร้างคอลลาเจนชนิดนี้ หรือเสริมสร้างกระดูกอ่อน ก็จะช่วยให้อาการของข้อเสื่อมดีขึ้น และยังสามารถป้องกันการเสื่อมของข้อได้อีกด้วย จากการศึกษาพบว่า คอลลาเจนไทพ์ทู ชนิดที่เป็นคอลลาเจนที่ยังคงโครงสร้างที่สมบูรณ์ (Undenatured Collagen Type II) สามารถช่วยซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอของส่วนประกอบที่อยู่ในข้อ โดยกระตุ้นให้มีการสังเคราะห์เซลล์ใหม่เพิ่มขึ้นได้ ช่วยลดอาการปวดอักเสบของข้อ ทำให้การเคลื่อนไหวของร่างกายดีขึ้น นอกจากนี้คอลลาเจนไทพ์ทู ที่นำมาทำให้โมเลกุลเล็กลงด้วยกรรมวิธี hydrolysis ได้ ไฮโดรไลซ์คอลลาเจนไทพ์ทู (Hydrolyzed Collagen Type II)  ซึ่งเป็นคอลลาเจนที่โมเลกุลเล็กสามารถถูกดูดซึมได้ง่าย จากการวิจัยพบว่า จะไปกระตุ้นให้เกิดการสร้างคอลลาเจนใหม่ขึ้น และช่วยเพิ่มระดับของ กรดไฮยาลูโรนิค ซึ่งเป็นส่วนประกอบของน้ำหล่อเลี้ยงในข้อ ทำให้ป้องกันหรือชะลอการเกิดข้อเสื่อมได้  และนี่ก็เป็นอีกบทบาทหนึ่งของอาหารเสริม

การที่คนเราจะดูหนุ่มสาว นอกจากสิ่งที่แสดงให้เห็นภายนอกซึ่งก็คือผิวพรรณแล้ว สิ่งที่อยู่ภายใน คือความหนุ่มสาวของอวัยวะต่างๆภายใน ก็เป็นปัจจัยหนึ่งที่บ่งชี้ให้เห็นความอ่อนเยาว์ ถึงแม้ผิวหน้าจะไม่มีริ้วรอย แต่สุขภาพภายในกลับแย่ ก็ยังคงไม่ใช่ความอ่อนเยาว์อย่างแท้จริง ดังนั้นการบำรุง ดูแลรักษาสุขภาพร่างกายโดยรวมก็มีส่วนสำคัญ ที่ทำให้เราดูหนุ่มสาวกว่าวัยอยู่เสมอครับ

อ้างอิง นายแพทย์รัฐภูมิ สุเมธิวิทย์

กิจกรรมอื่นๆ