Brand's

ข้าม

แชร์:

Living better

รู้จักกับความชรา 3 ชั้น : ผิวหนัง กล้ามเนื้อ และกระดูก

  เคยสงสัยมั้ยว่าทำไมปัจจุบันถึงมีอาหารเสริมบำรุงร่ายกายและความงามออกมามากมาย ไม่ว่าจะเป็นคอลลาเจน วิตามินและแร่ธาตุ หรือสมุนไพรสกัด คำตอบก็คือเพราะการตลาดในสมัยนี้ได้เข้าไปจับกับความกลัวของคนจำนวนมาก นั่นก็คือความกลัวที่จะแก่ลง กลัวจะอ้วน กลัวจะเจ็บป่วยไม่สบาย เช่นปวดเมื่อย เจ็บเข่า หรือกลัวที่จะดูไม่ดีไม่สวย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในยุคนี้ คนยุค Baby Boom (คนที่เกิดในช่วง 10 ปีหลังสงครามโลกครั้งที่ 2) กำลังแก่ชราลงนั่นเอง ด้วยเหตุนี้จึงมีผลิตภัณฑ์ที่ตอบสนองความกลัวนั้นเกิดขึ้นมากมาย และโหมโฆษณาจนกลายเป็นกระแสที่เข้าถึงคนรุ่นใหม่ในที่สุด

ความแก่ชรานั้น เป็นเรื่องที่ห้ามกันไม่ได้ แต่อย่างไรก็ดี ในปัจจุบันมีวิธีต่างๆมากมายที่จะชลอมันไว้ให้ช้าลง แต่ทั้งหมดนั้นเราต้องมาทำความเข้าใจกับกลไกลความชรากันก่อนครับ


ความชราของคนเรานั้น ถูกกำหนดโดย Biological clock หรือ “นาฬิกาชีวภาพ”  โดยนาฬิกาตัวนี้จะกำหนดขั้นตอนความแก่ชราของคนๆหนึ่งไว้ ว่าเมื่อไหร่จะต้องเสื่อมลง หยุดทำงาน หรือบกพร่อง โดยมันมีความแตกต่างกันในแต่ละคน แต่ละเผ่าพันธุ์ชีวิต ปัจจัยทางสิ่งแวดล้อมภายนอกจะมีผลต่อนาฬิกาให้เดินเร็วหรือช้าได้ ยกตัวอย่างเรื่องความเครียดจะไปเร่งให้นาฬิกานี้เดินเร็วขึ้น เป็นต้น

Note: ตัวอย่างของ Aging clock ที่ชัดเจน คือ นาฬิกาที่ควบคุมระบบสืบพันธุ์ในผู้หญิง
โดยจะเปิดใช้งานเมื่อ  เข้าสู่วัยรุ่น ผู้หญิงก็จะเริ่มมีประจำเดือน และเมื่ออายุประมาณ 45 ปี
นาฬิกาที่ว่านี้ก็จะปิดการทำงานของระบบสืบพันธุ์ ทำให้ผู้หญิงเข้าสู่วัยทอง เป็นต้น

ความชรานั้นห้ามกันไม่ได้ แต่เราสามารถบิดบัง ซ่อนเร้น หรือชะลอผลของมันได้
โดยก่อนอื่น เราต้องรู้จักกับ “ความชรา 3 ชั้น”


ความชรานั้น เมื่อมองจากภายนอกสิ่งที่ชัดเจนที่สุดคือเราจะเห็นผิวที่เหี่ยวย่น โดยเฉพาะผู้หญิงสมัยนี้ที่มักจะดูแลรักษาผิวพรรณเป็นอย่างดี ใช้ครีมบำรุง ยิงเลเซอร์ ฉีดโบท็อกซ์ กระตุ้นคอลลาเจน เพื่อให้ผิวพรรณเต่งตึงเหมือนเด็กๆ แต่ความจริงแล้ว ความชรานั้นมันสามารถสำแดงฤทธิ์ได้มาจากข้างในครับ  นั่นคือความชรา 3 ชั้น  ผิวหนัง กล้ามเนื้อ และกระดูก ,โดยที่แต่ละชั้นนั้นจะแสดงออกมาให้เห็นถึงภายนอก เช่น เมื่อเราแก่ตัวลง กระดูกหน้าจะมีลักษณะการเปลี่ยนแปลงไป นั่นคือ คางจะยื่นออกมากขึ้น โหนกแก้มจะสูงขึ้น  กล้ามเนื้อก็เช่นกัน เช่น เนื้อบริเวณแขน-ขาจะไม่เต่งตึงเหมือนสมัยที่ยังเอ๊าะๆ


ดังนั้นเราจึงควรตื่นตัวในเรื่องการรักษาความอ่อนเยาว์แบบครอบวงจร
ทั้งในส่วนผิวหนัง กล้ามเนื้อ กระดูก กัน


 

     https://s.yimg.com/ea/img/-/141125/430450885-1a77kp9.jpg?x=656&sig=ybS6Cp.VGHqZORYgJXSoog--  https://farm1.staticflickr.com/175/443738371_7dcd0d1acf_z.jpg

 

ผิวหนัง
หลักๆแล้วประกอบด้วย 2 ส่วน
1. หนังกำพร้า (Epidermis) เป็นผิวหนังที่อยู่ ชั้นบนสุด มีลักษณะบางมาก ประกอบไปด้วยเชลล์ เรียงซ้อนกันเป็นชั้นๆ โดยเริ่มต้นจากเซลล์ชั้นในสุด ติดกับหนังแท้ ขึ่งจะแบ่งตัวเติบโตขึ้นแล้วค่อยๆ เลื่อu มาทดแทนเขลล์ที่อยู่ชั้นบนจนถึงชั้นบนสุด แล้วก็ กลายเป็นขี้ไคลหลุดออกไป นอกจากนี้ในชั้นหนังกำพร้ายังมีเซลล์ เรียกว่า เมลานิน ที่เป็นส่วนประกอบของสีผิว และจุดด่างดำปะปนอยู่ด้วย

2.หนังแท้ (Dermis) เป็นผิวหนังที่อยู่ชั้นล่าง ถัดจากหนังกำพร้า และหนากว่าหนังกำพร้ามาก ผิวหนังชั้นนี้ประกอบไปด้วยเนี้อเยื่อคอลลาเจน (Collagen) และอีลาสติน (Elastin) หลอดเลือดฝอย เส้นประสาท กล้ามเนื้อเกาะเส้นขน ต่อมไขมัน ต่อมเหงื่อ และขุม ขนกระจายอยู่ทั่วไป




                                             
http://renegadechicks.com/wp-content/uploads/2014/07/Sunburn-skin-remedy.jpg

การดูแลผิวหนังนั้นทำได้โดย
1. ปกป้องผิวด้วยยากันแดด(ครีมกันแดด) หลีกเลี่ยงแดดในช่วง 10.00น.-16.00น
2. รับวิตามินซีให้เหมาะสม เพื่อการสังเคราะห์คอลลาเจนและต้านอนุมูลอิสระ  ร่วมทั้งสารอาหารต่างๆ
3. รักษาความชุ่มชื่น เช่นการใช้มอยซ์เจอร์ไรเซอร์ที่เหมาะสม
4. กระตุ้นคอลลาเจนด้วย เลเซอร์ โบท็อกซ์ เป็นบางครั้ง เพื่อกระตุ้ลคอลลาเจน type I ในผิวหนังแท้


https://s-media-cache-ak0.pinimg.com/originals/c1/bb/0d/c1bb0dbc2828dda8d3a1c0cd3e3843b8.jpg


กล้ามเนื้อ
จริงๆแล้วเราสามารถสร้างกล้ามเนื้อได้ในทุกช่วงอายุไม่ว่าจะอายุ 60 70 หรือ 80 ก็ตาม เพราะฉะนั้นตราบเท่าที่เรายังมีลมหายใจ เราสามารถสร้างกล้ามเนื้อได้เสมอ มาดูกันว่าจะมีวิธีการสร้างกล้ามเนื้อได้อย่างไรกันบ้าง

1. การออกกำลังกาย เช่น ยกเวท วิตพื้น ซิทอัพ
 เพื่อสร้างความแข็งแรงให้กล้ามเนื้อ โดยมีท่าทางต่างๆจะบริหารกล้ามเนื้อมัดต่างๆกัน
2. รับประทานโปรตีนอย่างเหมาะสม โดยคำนวนจากน้ำหนักร่างกาย นั่นคือ 1 กิโลกรัม ต่อโปรตีน 1 กรัม (การคำนวนโปรตีนนั้นก็ต้องคิดจากอาหารนั้นๆอีกที เช่น ใน ไก่ 100 กรัม จะมีโปรตีนราวๆ 20-30 กรัม)
3. นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ ไม่ควรนอนดึก เพื่อให้โกรทฮอร์โมนซึ่งเป็นตัวช่วยในการเสริมสร้างและซ่อมแซมร่างกายหลั่งออกมามากพอในตอนกลางคืน ทั้งนี้โกรทฮอร์โมนในร่างกายของคนเราจะเริ่มลดลงเรื่อยๆ เมื่ออายุเพิ่มมากขึ้น


 
http://www.fondosblackberry.com/user-content/uploads/wall/o/6/Esqueletos_huesos_blanco_y_negro.jpg


กระดูก และ ข้อ
1. ออกกำลังกายที่มีแรงกดดันบริเวณกระดูกบ้าง เช่น กระโดดเชือก หรือถ้ายังเป็นวัยรุ่นแล้วอยากสูง ให้ใช้วิธีการกระโดดสูงและยืดแขนเอื้อมแตะให้สูงที่สุด โดยตรงกระโดดให้สูงที่สุด และลงมา วันละ 30-40 ครั้ง เพื่อให้ส่วนของข้อต่อที่เป็นกระดูกอ่อน เพื่อเป็นการกระตุ้นส่วนกระดูกอ่อนนี้ให้ยืดตัวขึ้น
2.เสริมแคลเซียม ดื่มนมเป็นประจำ
3. บริหารข้อ อย่างที่กล่าวไปส่วนประกอบของข้อไม่ใช่แคลเซี่ยม แต่เป็นคอลลาเจนชนิดหนึ่งชื่อว่า คอลลาเจนไทพ์ทู (Collagen Type 2) ดังนั้นจึงอย่าเข้าใจผิดว่ามันเป็นกระดูกที่แข็งๆ แต่จริงๆเป็นส่วนที่ยืดหยุ่น และช่วยให้การเคลื่อนไหวของร่างกายเป็นไปอย่างคล่องแคล่ว ลื่นไหล , ดังนั้นการบริหารข้อ เช่น การหมุนข้อ หมุนเข่า หรือการเอียงคอให้หูแนบไหล่ทั้ง 2 ข้าง (ค่อยๆทำ) จึงเป็นสิ่งจำเป็นในการออกกำลังกาย

Source : http://www.elib-online.com/doctors/ortho.html

กิจกรรมอื่นๆ